“ตู้เย็น” ถือเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าสำคัญที่มีเกือบทุกครัวเรือนเรียกได้ว่าขาดไม่ได้เลยทีเดียว เนื่องจากคนส่วนใหญ่ใช้ตู้เย็นในการเก็บรักษาวัตถุดิบสำหรับปรุงอาหารในครัวเรือน อาหารจะอร่อย น่ารับประทาน วัตถุดิบคือสิ่งสำคัญ การเก็บรักษาวัตถุดิบจึงมีความสำคัญไม่แพ้กรรมวิธีการปรุงเพราะฉะนั้นการดูรักษาและทำความสะอาด “ตู้เย็น” ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์พร้อมในการจัดเก็บวัตถุดิบอยู่เสมอจึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ เพื่อคงคุณภาพอาหารให้มีความสด น่ารับประทานอยู่เสมอ
วันนี้ Metal zign จะพาทุกคนมาดูวิธีการล้างตู้เย็นง่ายๆที่ใครๆก็สามารถทำได้ อีกทั้งยังช่วยยืดอายุการใช้งานของตู้เย็นอีกด้วย มาเริ่มกันเลยค่ะ!
1. เคลียร์ตู้เย็นให้โล่ง
ก่อนที่เราจะเริ่มทำความสะอาดตู้เย็น เราต้องเคลียร์พื้นที่ตู้เย็นให้สะดวกกับการทำความสะอาดก่อนค่ะ เริ่มจากถอดปลั๊กตู้เย็นออกเพื่อความปลอดภัย จากนั้นขนย้ายของที่แช่อยู่ในตู้เย็นออกมาให้หมดทุกชิ้น เปิดทางให้ตู้เย็นโล่งและง่ายต่อการเช็ดถู

2. คัดเลือกและจัดลำดับผู้รอดชีวิต
ในระหว่างรอน้ำแข็งในตู้เย็นละลาย นำอาหารที่หมดอายุทิ้งอย่าไปเสียดายนะคะ (เพราะหากรับประทานเข้าไปอาจเกิดอาการอาหารเป็นพิษได้ ค่ารักษาอาจแพงกว่าค่าอาหารค่ะ)
ควรแยกประเภทและลำดับออกมารับประทานตามวันหมดอายุ ให้รีบทานให้หมดก่อนวันหมดอายุ แม้ในเวลาสั้นๆที่เราทำความสะอาดตู้เย็น ก็ไม่ควรปล่อยอาหารทิ้งไว้นอกตู้เย็นนานเกินหนึ่งชั่วโมง อาหารสามารถถึง ” ช่วงโซนอุณหภูมิอันตราย ” เราควรจะหากล่องหรือลังเก็บความเย็นมาใส่อาหารของเราไว้จะดีกว่า
3. ถอดชิ้นส่วนประกอบ
ส่วนประกอบต่าง ๆภายในตู้เย็นไม่ว่าจะเป็น ถาดรอง ชั้นวางของตามข้างประตูตู้เย็น ชั้นวางผักผลไม้ เราควรถอดออกมาทำความสะอาดให้หมดทุกชิ้น ด้วยน้ำยาล้างจาน หลังจากทำความสะอาดส่วนประกอบเสร็จสิ้น ใช้ผ้าเช็ดให้แห้งแล้ววางพักไว้ ผ้าที่ใช้ควรเป็นผ้าที่ไม่เป็นขุย เพราะขนหรือเศษผ้าอาจเข้าไปอยู่ในอาหารได้

4. ทำความสะอาดให้หมดจด
ใช้เบคกิ้งโซดาผสมน้ำอุ่นในอัตราส่วน 2-3 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 5 ลิตร จากนั้นใช้ผ้าหรือฟองน้ำชุบเช็ดทำความสะอาดตู้เย็นเช็ดให้หมดทุกซอกทุกมุม ทั้งด้านในและด้านนอกรวมถึงขอบยางประตู ในกรณีมีคราบสิ่งสกปรกติดแน่นฝังลึกให้นำเบคกิ้งโซดาผสมยาสีฟัน ป้ายทิ้งไว้ 5-10นาที แล้วค่อยๆใช้ฟองน้ำหรือผ้าขัดเบาๆ เช็ดทำความสะอาดตู้เย็นซ้ำสัก 2 รอบ และอย่าลืมเช็ดทำความสะอาดแผงความร้อนด้านหลังโดยใช้ไม้ปัดขนไก่ปัดฝุ่นออก หลังจากเช็ดทำความสะอาดแล้ว ให้ใช้ผ้าแห้งเช็ดตู้เย็นให้แห้งสนิท เช็คดูความสะอาดชิ้นส่วนที่ผึ่งไว้ก่อนจะนำชิ้นส่วนมาประกอบให้เข้าที่ จากนั้นเสียบปลั๊กเลยค่ะ

5. จัดระเบียบ ในตู้เย็น
เราอาจจะใช้กล่องพลาสติกเนื้อหนา แบบที่มีสีของฝากล่องต่างกันมาใส่ เป็นการช่วยแยกประเภทอาหารแบบง่ายๆ หรือจะแปะโน้ตเขียนไว้บนกล่องหรือเขียนใส่กระดาษโน้ตแปะแม่เหล็กไว้หน้าตู้เย็น เพื่อให้ทราบว่าเรามีอาหารสด อาหารแช่แข็งอะไรบ้าง
ของสดไม่ควรใส่เข้าไปในช่องฟรีซ ควรนำออกมาจัดใส่ถุงซิปล็อคแล้วไล่ลมออกให้หมดก่อนนำไปแช่แข็ง ทำแบบนี้จะช่วยลดพื้นที่ใช้สอยในตู้เย็นได้ดีและช่วยกระจายความเย็นได้ทั่วถึงทุกส่วน แถมตู้เย็นของเรายังกินไฟน้อยลงอีกด้วยนะคะ
6. วางกับดักกลิ่นเหม็น
เลือกนำ ถ่านดับกลิ่น ผงกาแฟสด เปลือกส้ม หรือเบคกิ้งโซดาใส่แก้ว วางทิ้งไว้ด้านในตู้เย็น เพื่อให้ดูดกลิ่นไม่พึงประสงค์ภายในตู้เย็นออกไป ส่วนในช่องผักสดด้านล่าง ให้ใส่ในกระดาษถุงสีน้ำตาล. กระดาษเหล่านี้จะช่วยดูดซับกลิ่นไม่พึงประสงค์ อีกทั้งยังช่วยให้ผักมีความสดใหม่ได้นานกว่าเดิมอย่างน่าทึ่ง

ทั้งนี้ควรเปลี่ยนที่ดับกลิ่นทุกเดือนเพื่อประสิทธิภาพการดูดซับกลิ่นที่ดีและควรทำความสะอาดตู้เย็นอย่างน้อย 2-3เดือนครั้ง เพื่อประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีของตู้เย็นนะคะ เพียงเท่านี้ตู้เย็นของเราก็พร้อมสำหรับการจัดเก็บวัตถุดิบในการปรุงอาหารให้สด สะอาดได้อย่างมีประสิทธิภาพและอยู่กับเราไปอีกนานแล้วค่ะ

